วิชาระบบสารสนเทศ ม.6

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนอและแบ่งปันข้อมูล

การจัดเรียง การเลือกใช้เครื่องมือ และความปลอดภัยในยุคดิจิทัล

1. การนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลสารสนเทศ

การจัดเรียงข้อมูลที่ได้รวบรวมมาให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นระเบียบ เพื่อให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจ เปรียบเทียบ และนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

การนำเสนอข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ
1. อย่างไม่เป็นแบบแผน (Informal)

การสื่อสารในลักษณะที่ไม่เป็นทางการ มักใช้ภาษาพูดหรือรูปแบบที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือสถานการณ์ที่ผ่อนคลาย

2. อย่างเป็นแบบแผน (Formal)

การสื่อสารที่เป็นทางการ มีโครงสร้างชัดเจน ใช้ภาษาทางวิชาการ และมักใช้สื่อประกอบ (เช่น สไลด์) เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ

ลักษณะของข้อมูลสารสนเทศ 5 ประเภท
1. ข้อมูลตัวเลข
ข้อมูลที่นำไปคำนวณหรือวิเคราะห์ได้ เช่น คะแนนสอบ, ส่วนสูงและน้ำหนัก
2. ข้อมูลตัวอักขระ
ตัวอักษรหรือข้อความที่ไม่เน้นการคำนวณ เช่น ชื่อ-นามสกุล, พจนานุกรม
3. ข้อมูลกราฟิก
รูปภาพหรือสัญลักษณ์ เพื่อให้เข้าใจง่าย เช่น ภาพถ่าย, ภาพวาด, แผนที่
4. ข้อมูลเสียง
เสียงพูดหรือเสียงอื่นๆ ที่บันทึกผ่านอุปกรณ์ เช่น เสียงสัมภาษณ์, เสียงดนตรี
5. ข้อมูลวิดีโอ
ภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงประกอบ ช่วยให้เห็นภาพรวมและเข้าใจลำดับเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน
รูปแบบการแบ่งปันข้อมูล 5 รูปแบบ
  • 1. การแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing): แชร์ข้อมูลดิบ (Raw Data) หรือไฟล์เบื้องต้น เพื่อให้นำไปวิเคราะห์ต่อ
  • 2. การแบ่งปันข่าวสาร (News Sharing): กระจายข้อมูลเหตุการณ์หรือประกาศแจ้งเตือนใหม่ๆ
  • 3. การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing): ถ่ายทอดทักษะ ประสบการณ์ หรือบทเรียน
  • 4. การแบ่งปันความคิด (Idea Sharing): แลกเปลี่ยนมุมมองหรือระดมสมอง (Brainstorming)
  • 5. การแบ่งปันสารสนเทศ (Information Sharing): ส่งต่อข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลและจัดรูปแบบแล้ว เช่น อินโฟกราฟิก

2. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนอและแบ่งปันข้อมูล

การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม จะช่วยให้ข้อมูลชัดเจน เข้าใจง่าย และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมี 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

2.1 บล็อก (Blog)

ย่อมาจาก Web-log หมายถึง เว็บไซต์ที่ใช้เผยแพร่ข้อมูลหรือความคิดเห็นส่วนตัว สามารถอัปเดตได้อย่างต่อเนื่อง

  • ซอฟต์แวร์ที่ใช้: WordPress, Joomla, Drupal (มักพัฒนาด้วย PHP/MySQL)
  • ผู้ให้บริการบล็อก: Blogger, WordPress, MySpace
แนวคิดและวิธีการเขียนบทความ 10 ขั้นตอน:
  1. กำหนดเป้าหมาย/วัตถุประสงค์
  2. ค้นหาข้อมูลก่อนลงมือเขียน
  3. ตั้งชื่อหัวข้อให้น่าสนใจ
  4. กำหนดเค้าโครงบทความ
  5. การเขียนบทนำ
  6. กำหนดขนาดบทความ
  7. เรียนรู้คำพื้นฐานโครงสร้างเว็บ
  8. ตกแต่งบทความให้น่าอ่าน
  9. รู้จักโฆษณาเผยแพร่
  10. เขียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
เปรียบเทียบ บล็อก กับ เว็บไซต์
ความแตกต่าง บล็อก (Blog) เว็บไซต์ (Website)
เนื้อหาและภาษา ไม่เป็นทางการ เน้นแสดงความเห็นและประสบการณ์ส่วนตัว ทางการ เน้นให้ข้อมูล ข่าวสาร หรือบริการขององค์กร
ความเป็นปัจจุบัน อัปเดตสม่ำเสมอ ตอบสนองเหตุการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลคงที่ เปลี่ยนแปลงไม่บ่อย มักใช้เป็นแหล่งอ้างอิงถาวร
หน้าที่หลัก ถ่ายทอดแนวคิดและมุมมองส่วนบุคคล ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกิจกรรมขององค์กร
ด้านเทคนิค สร้างและจัดการง่าย ไม่ต้องใช้ความรู้เชิงเทคนิคมาก ต้องอาศัยความรู้ด้านเทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรม
2.2 สตรีมมิง (Streaming)

กระบวนการถ่ายทอดข้อมูลมัลติมีเดียผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้สามารถรับชมได้ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลดจนเสร็จ เช่น การไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์, รับชมภาพยนตร์ออนไลน์ (Netflix)

2.3 อินโฟกราฟิก (Infographic)

การนำเสนอข้อมูลหรือความรู้ผ่านรูปภาพ แผนภูมิ และข้อความอย่างสั้นๆ เพื่อให้เข้าใจง่าย เห็นภาพรวมชัดเจน มีหลักการออกแบบ 4 ขั้นตอน:

  1. เตรียมข้อมูล: กำหนดวัตถุประสงค์และเลือกข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
  2. วางแผนนำเสนอ: จัดลำดับเนื้อหาให้กระชับและเข้าใจง่าย
  3. ลงมือออกแบบ: เลือกใช้ภาพ สี และฟอนต์ที่เหมาะสม ดึงดูดความสนใจ
  4. ปรับปรุงผลงาน: ตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขให้สมบูรณ์ก่อนเผยแพร่

3. การนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย

การนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลควรทำด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล และไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น

ความเป็นส่วนตัว (Privacy)

สิทธิของบุคคลในการควบคุมข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง โดยไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงหรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้รับการคุ้มครองตาม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA - Personal Data Protection Act)

ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)

ข้อมูลที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม แบ่งเป็น 2 ประเภท:

  • ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: เช่น ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, เลขประจำตัวประชาชน
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Data): เช่น ความเชื่อทางศาสนา, ข้อมูลสุขภาพ, ประวัติอาชญากรรม, ข้อมูลทางพันธุกรรม (หากถูกเปิดเผยอาจส่งผลกระทบร้ายแรงหรือนำไปสู่การเลือกปฏิบัติได้)
จริยธรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา: การใช้งานสื่อภาพ/เสียงอย่างถูกต้อง รู้จัก Creative Commons (CC) และการอ้างอิงแหล่งที่มา
  • รอยเท้าดิจิทัล (Digital Footprint): ตระหนักว่าข้อมูลที่แชร์จะคงอยู่ตลอดไปและอาจส่งผลกระทบในอนาคต
  • การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy): ตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-check) เสมอก่อนทำการแชร์หรือแบ่งปันข้อมูล